NEWS /

เผยผลสำรวจ: ข้อมูลขนาดใหญ่ถือเป็นกลุยทธ์สำคัญขององค์กร ขณะที่ตลาดกำลังขาดแคลนบุคลากรด้านข้อมูลอย่างหนัก

การสำรวจของดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท แซส พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างกลยุทธ์ด้านข้อมูลกับความสำเร็จขององค์กร

            กรุงเทพฯ ( 25 ตุลาคม 2555) - การสำรวจทั่วโลกในประเด็นเรื่อง "ข้อมูลขนาดใหญ่: บทเรียนสำหรับผู้นำ" ( Big data: Lesson from the leaders ) ได้พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างความสำเร็จด้านการเงินขององค์กรธุรกิจกับกลยุทธ์ด้านข้อมูลที่มีการกำหนดไว้เป็นอย่างดี

            ดิ  อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (Economist Intelligence Unit) ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท แซส ผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ได้ดำเนินการสำรวจบริษัทต่างๆ จำนวนกว่า 700 แห่ง ในประเด็นที่ว่าบริษัทเหล่านี้ได้ใช้กลยุทธ์ด้านข้อมูลมากน้อยเพียงใด รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้

            เกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทที่ "ประสบความสำเร็จทางการเงินเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด" รายงานว่า กลยุทธ์ด้านข้อมูลที่มีการกำหนดไว้เป็นอย่างดี ผลักดันให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันถึงสี่เท่า นอกจากนี้ การสำรวจยังให้ข้อเสนอแนะด้วยว่าบริษัทต่างๆ ควรจัดลำดับความสำคัญเป้าหมายทางธุรกิจเพื่อกำหนดกลยุทธ์ด้านข้อมูลและว่าจ้างพนักงานที่มีความรู้และทักษะในด้านการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่โดยตรง

            จะเห็นได้ว่าข้อมูลมีผลกระทบต่อมุมมองด้านธุรกิจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อปริมาณและชนิดของข้อมูลที่องค์กรสามารถเข้าถึงได้นั้นกำลังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น นายอีริค ชมิดต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของกูเกิล ได้กล่าวว่า ปริมาณข้อมูลที่มีการสร้างขึ้นภายในระยะเวลา 2 วันของโลกปัจจุบันเทียบเท่ากับปริมาณข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาตั้งแต่มนุษย์เริ่มมีอารยธรรมจนถึงปี 2546 เลยทีเดียว

            ด้านนายพอล เคนท์ รองประธานฝ่ายข้อมูลขนาดใหญ่ บริษัท แซส กล่าวว่า "ข้อมูลขององค์กรถือเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถเผยให้เห็นถึงมุมมองเชิงลึกทางธุรกิจได้   การเชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อรับมือกับความท้าทายของคุณถือเป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่การว่าจ้างบุคลากรที่เหมาะสมเพื่อเข้ามาจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนสื่อสารผลลัพธ์ที่ได้ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้"

ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมจากการสำรวจ:

  • สื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญ โดย 66% ของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจ กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลบนเว็บเกี่ยวกับลูกค้าของตน มีเพียง 22% เท่านั้นที่ระบุว่าสื่อสังคมออนไลน์และข้อมูลบนเว็บมีผลอย่างมากต่อประสบการณ์ของลูกค้า และตัวเลขดังกล่าวได้เพิ่มเป็น 32% ในกลุ่มบริษัทที่มีผลประกอบการในระดับสูง
  • ต้องการความรวดเร็ว  ร้อยละ 60 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทของตนต้องการการประมวลผลข้อมูลที่มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยบริษัทที่มีผลประกอบการสูง ระบุว่าความรวดเร็วในการประมวลผลข้อมูลของตนนั้น เพิ่มขึ้น "อย่างมาก" เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ 17%  ทั้งนี้ ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นมีนัยสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (63%)
  • คนเป็นสินทรัพย์ นักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลและผู้ดูแลข้อมูล ถือเป็นบุคลากรที่มีความจำเป็นสำหรับการได้มาซึ่งมุมมองข้อมูลที่สำคัญ แต่จากการสำรวจพบว่า ตลาดกำลังขาดแคลนบุคลากรด้านข้อมูลที่มีทักษะอย่างมากในขณะนี้
  • มีชัยกว่าครึ่งด้วยการรายงาน การสื่อสารผลลัพธ์ซึ่งได้มาจากแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลถือเป็นความท้าทายสำหรับองค์กรต่างๆ โดยผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะต้องสามารถนำไปใช้ร่วมกันระหว่างพนักงานทุกระดับในหน่วยงานต่างๆ ครอบคลุมตั้งแต่ฝ่ายไอทีไปจนถึงผู้บริหารระดับซี ในภาษาที่สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย

สำหรับนายทวีศักดิ์  แสงทอง กรรมการผู้จัดการ  บริษัท แซส ซอฟท์แวร์  (ไทยแลนด์) จำกัด  กล่าวว่า จากที่มีการคาดการณ์กันว่า ข้อมูลสารสนเทศทั่วโลกจะเพิ่มเป็นสองเท่าในทุกสองปี โดยจะเห็นได้ว่าจำนวนข้อมูลที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วมีจำนวนมากกว่า 1.8 ล้านล้านกิกะไบต์ นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ด้วยว่าในปี 2563 ข้อมูลจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 50 เท่า ทำให้การค้นหามูลค่าทางธุรกิจจากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้   ข้อมูลขนาดใหญ่จึงเป็นขุมทรัพย์ที่น่าสนใจ หากสามารถทำความเข้าใจในข้อมูลที่มีอยู่นั้นได้ทั้งหมด และเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยได้ก็คือ  การวิเคราะห์  โดยการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จะนำไปสู่มูลค่าและสร้างมุมมองในการดำเนินงานให้เห็นได้อย่างชัดเจน

"ส่วนบริษัท แซส ยังคงเดินหน้าสร้างนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ขนาดใหญ่ สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แนบแน่นกว่าเดิม ตลอดจนต่อสู้กับการทุจริตและปัญหาต่างๆ   อีกมากมาย  โดยบริษัท แซส มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป"

ดาวน์โหลดสำเนาการสำรวจได้ฟรีที่http://www.sas.com/apps/sim/redirect.jsp?detail=SIM97518_3341

เกี่ยวกับการสำรวจ

            การสำรวจของ ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ดำเนินการในเดือนมีนาคม 2555 โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจ 752 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก (33%) อเมริกาเหนือ (28%) และเอเชียแปซิฟิก (26%) สำหรับอุตสาหกรรมที่ทำการสำรวจมีทั้งสิ้น 19 อุตสาหกรรม ประกอบด้วยการผลิต (12%) ไอทีและเทคโนโลยี (11%) บริการทางการเงิน (11%) บริการเฉพาะทาง (10%) การดูแลสุขภาพ ยา และเทคโนโลยีชีวภาพ (8%) และสินค้าอุปโภคบริโภค (7%) โดย 50% ของผู้ตอบแบบสำรวจเป็นผู้บริหารระดับ C หรือระดับกรรมการบริหาร และ 55% มาจากบริษัทที่มีผลประกอบการประจำปีมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เกี่ยวกับดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (THE ECONOMIST INTELLIGENCE UNIT)

            ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต เป็นผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลระบบธุรกิจอัจฉริยะ  โดยเป็นธุรกิจในเครือของกลุ่ม ดิ อีโคโนมิสต์ กรุ๊ป ซึ่งตีพิมพ์นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ (The Economist) และในฐานะผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านระบบข้อมูลอัจฉริยะ ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต จึงสามารถช่วยให้ผู้บริหารทำการตัดสินใจทางธุรกิจได้ดีขึ้นด้วยการจัดเตรียมการวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มตลาดทั่วโลกและกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงที เชื่อถือได้ และเป็นกลาง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต สามารถดูได้ที่  eiu.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง www.twitter.com/theeiu