NEWS /

แซส เปิดตัวระบบการตรวจสอบการทุจริต (SAS® Fraud Management) แบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับและการป้องกัน

ธนาคารชั้นนำระดับโลกสามารถลดการทุจริตได้อย่างมากด้วยแซส

          กรุงเทพฯ–  ( 2 กรกฎาคม 2555)  –  เป็นจำนวนเงินมูลค่านับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อชื่อเสียงขององค์กร และความสัมพันธ์ของลูกค้าอันมีค่าต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยง การเอาชนะผู้ทุจริตให้ได้  จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับธนาคารต่างๆ และการใช้ SAS Fraud Management ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการการทุจริตในองค์กรโดยใช้การวิเคราะห์ที่ครอบคลุม ประกอบไปด้วยระบบการให้คะแนนบัญชี    แบบเรียลไทม์ รวมถึงการซื้อ การชำระเงิน และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน จะช่วยให้ธนาคารสามารถตรวจหา ป้องกัน และจัดการการทุจริตในผลิตภัณฑ์ สายธุรกิจ และช่องทางต่างๆ ได้หลากหลาย

            SAS Fraud Management ล่าสุดจากบริษัท แซส ผู้นำด้านซอฟต์แวร์และบริการการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ให้ความสามารถในการตรวจจับการทุจริตที่เกิดขึ้นกับองค์กรได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพอีกหลากหลาย รวมถึง Application Programming Interface (API) แบบผสมผสาน การกำหนดค่าการจัดการด้วยกฎขั้นสูง เพิ่มการจัดการเชิงปฏิบัติการ และการให้คะแนนการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งทำงานบนระบบการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของแซสที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว( Advanced SAS Analytics)

            “การตรวจสอบพฤติกรรมและการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของการป้องกันการทุจริตทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากความสามารถที่เพิ่มขึ้นของผู้ทุจริตที่สามารถหลบหลีกขั้นตอนการรับรองความถูกต้องได้อย่างไม่น่าเชื่อ” นายจอร์ช ทิวบิน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการวิจัยบริษัท  ทาวเวอร์กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารองค์กร กล่าว และว่า “สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยขณะนี้สถาบันการเงินต่างๆ ได้เตรียมพร้อมเพื่อรอการปรับปรุงแนวทางการรับรองความถูกต้องของสภาการตรวจสอบสถาบันการเงินแห่งรัฐบาลสหรัฐฯ (Federal Financial Institutions Examination Council: FFIEC)"

ธนาคารเอชเอสบีซีลดจำนวนการทุจริต

            “SAS Fraud Management รุ่นใหม่กำลังถูกนำไปใช้ในฝ่ายปฏิบัติงานของเราภายในภูมิภาคเอเชีย และเรามั่นใจว่าแซสจะช่วยให้เราสามารถสร้างโมเดลป้องกันการทุจริตที่ดีที่สุดเท่าที่ตลาด    ในขณะนี้จะสามารถนำเสนอได้” นายดีเรก ไวลด์ หัวหน้ากลุ่มความเสี่ยงด้านการฉ้อโกงและการรักษาความปลอดภัยส่วนกลางของเอชเอสบีซี (HSBC) กล่าว "เห็นได้จากจำนวนการทุจริตที่เราตรวจพบ ซึ่งมีอัตราการตรวจพบเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ผลบวกลวง (false-positive) ลดน้อยลง และเป็นไปตามเป้าหมาย    ที่เราวางไว้”

            ด้วยทรัพย์สินประมาณ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ  ทำให้บริษัท เอชเอสบีซี โฮลดิ้ง พีแอลซี ถือเป็นหนึ่งในองค์กรผู้ให้บริการทางการเงินและการธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยขณะนี้สามารถให้บริการลูกค้ากว่า 95 ล้านรายผ่านสำนักงาน 7,500 แห่งใน 87 ประเทศต่างๆ ทั้งนี้ เอชเอสบีซีได้เข้าร่วมเป็นคู่ค้าการพัฒนากับบริษัท แซส ตั้งแต่ปี 2550 และได้ใช้ SAS Fraud Management เป็นระบบพื้นฐานสำหรับการตรวจหาการทุจริตแบบเรียลไทม์และการจัดการการทุจริตอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งเครือข่ายทั่วโลกของบริษัท โดยบริษัท แซส ได้ช่วยให้เอชเอสบีซีสามารถลดการสูญเสียทั่วโลกจากการทำธุรกรรมที่ทุจริตและภัยคุกคามที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะนี้เอชเอสบีซีได้ปรับใช้ SAS Fraud Management แล้วในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย ซึ่งสามารถป้องกันการทำธุรกรรมของบัตรเครดิตได้ 100% ในเวลาเรียลไทม์ และกำลังจะขยายให้ครอบคลุมการทุจริตทั้งหมดข้ามสายธุรกิจที่หลากหลายและช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

            “เราได้รับผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมอย่างมากเหนือกว่าระบบก่อนหน้านี้ที่เราเคยใช้มาก่อน” นายไวลด์ กล่าว “บริษัท แซส มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าเอชเอสบีซีจะยังคงมีโซลูชั่นป้องกันการทุจริตระดับแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง เรามีความยินดีอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น การวิเคราะห์การทุจริตสามารถนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่สำคัญมากมาย และนั่นเป็นประสบการณ์ของเราที่มีร่วมกับแซสซึ่งเป็นคู่ค้าของเราและซอฟต์แวร์ SAS Fraud Management"

API ใหม่และฟังก์ชันการแจ้งเตือนต่อสู้กับภัยการทุจริต

            ระบบการบริหารจัดการการทุจริตของแซส (SAS Fraud Management) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของระบบแฟรมเวิร์กด้านอาชญากรรมทางการเงินสำหรับธนาคารของแซส (SAS Enterprise Financial Crimes Framework for Banking)  ด้วย API แบบผสมผสาน ทำให้ SAS Fraud Management เพิ่มขีดความสามารถการประมวลผลแบบเรียลไทม์เพื่อแจ้งเตือนสำหรับผลิตภัณฑ์และช่องทางที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยธุรกิจที่เกิดใหม่ เช่น สำนักหักบัญชีอัตโนมัติ (ACH) การธนาคารแบบผ่านระบบสาย ระบบโทรศัพท์ และระบบอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการตรวจสอบบริษัทนายหน้าต่างๆ โดยบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินสามารถติดตามตรวจสอบและตรวจหาภัยด้านการทุจริตได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ ไม่ว่าจะมาจากช่องทางจำหน่ายเดียว หรือช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายโดยมีเป้าหมายเพื่อขโมยเงินมูลค่านับล้านดอลลาร์สหรัฐ

            ตัวอย่างเช่น การโจมตีในรูปแบบ “การหาผู้ทำหน้าที่โอนเงินแทน” (money mule) และ "โทรจัน Zeus" ทางอินเทอร์เน็ตที่สามารถขโมยข้อมูลประจำตัวเกี่ยวกับบัญชีธนาคารของผู้ใช้ได้ โดยเป็นไวรัสมัลแวร์ที่สามารถแพร่ระบาดไปยังระบบคอมพิวเตอร์ของสถาบันการเงินกว่า 2,000 ระบบ และ       พีซีมากกว่า 3 ล้านเครื่องในสหรัฐฯ โดยผู้ทุจริตจะติดต่อคอลล์เซ็นเตอร์เพื่อเข้าใช้และเปิดบัญชี จากนั้นจะโอนเงินข้ามประเทศหรือโอนไปยังบัญชีอื่นๆ ภายในประเทศ รูปแบบการทุจริตนี้มีมูลค่าไม่มากนักเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตเว้นแต่องค์กรจะมีระบบตรวจสอบบัญชีเชิงรุกที่ครอบคลุมประเภทช่องทางการชำระเงินต่างๆ ได้ทั้งหมด

เทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและการให้คะแนนแบบเรียลไทม์เพื่อความแม่นยำและประสิทธิภาพ

            บริษัท แซส ได้รับการอนุมัติสิทธิบัตรสำหรับ "Computer-Implemented Data Storage Systems and Methods for Use with Predictive Model Systems" (ระบบและวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการใช้กับระบบสร้างโมเดลเชิงพยากรณ์) (US patent 7,912,773 B1) สำหรับเทคโนโลยีการวิเคราะห์ใน SAS Fraud Management รุ่นใหม่แล้ว โดยซอฟต์แวร์นี้สามารถจัดเก็บข้อมูลดิบที่ชาญฉลาดในรูปลายเซ็น ซึ่งจะบันทึกประวัติของส่วนย่อยต่างๆ ในธุรกิจ (เช่น รหัสบัตร รหัสบัญชี รหัสลูกค้า รหัสเทอร์มินอล หรือที่อยู่ IP) ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม การเพิ่มความแม่นยำในการตรวจหาพฤติกรรมลูกค้าที่อยู่ภายนอกบรรทัดฐานในระหว่างการทำธุรกรรม ณ จุดขาย โดยข้อมูลนี้สามารถนำไปปรับใช้กับโมเดลเชิงพยากรณ์จำนวนมากเพื่อช่วยในการตรวจหาการทุจริจและการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตโดยเฉพาะ

            เทคโนโลยีการวิเคราะห์นี้และวิธีการสร้างโมเดลเครือข่ายประสาทที่มีประสิทธิภาพและได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว ของบริษัท แซส อยู่เบื้องหลังโมเดลการทุจริตที่มีประสิทธิภาพของแซส ซึ่งสามารถให้การป้องกันขั้นสูงต่อลูกค้าและผู้ให้บริการออกบัตรเครดิตได้

            “ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลดิบอย่างชาญฉลาดสำหรับหน่วยงานที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญต่อการจัดการปัญหาด้านความเสี่ยงและการทุจริตจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายทวีศักดิ์   แสงทอง  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “นวัตกรรมของแซส เป็น  สิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างมากไม่เพียงแต่แง่มุม ด้านเทคโนโลยี แต่ยังครอบคลุมถึงผลประโยชน์ที่มีต่ออุตสาหกรรมทางการเงินด้วย”

            ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่นี้ยังจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าการจัดการกฎขั้นสูงเพื่อตรวจสอบและติดตามรูปแบบพฤติกรรมในอดีตของหน่วยธุรกิจต่างๆ ตามความต้องการทางธุรกิจ โดยการกำหนดค่าดังกล่าวให้กับองค์กรจำนวนมากจะช่วยให้สถาบันทางการเงินสามารถปรับใช้และจัดการโซลูชั่นองค์กรในลักษณะที่แยกส่วนกันได้อย่างละเอียด และเมื่อมีการจับคู่เข้ากับการวิเคราะห์ขั้นสูงที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วของแซส ทำให้ SAS Fraud Management สามารถลดจำนวนผลบวกลวง (false positive) ได้อย่างมาก บริการลูกค้าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการลดการทำธุรกรรมที่ล่าช้าลง รวมทั้งยังทำให้พนักงานได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการจัดการที่ดีกว่าเดิม องค์กรต่างๆ จึงสามารถรับรู้ประสิทธิภาพด้านการปฏิบัติงานที่ดียิ่งขึ้นได้ในขณะที่มีผลบวกลวงน้อยลง ประหยัดเวลา และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างสูงสุด

เกี่ยวกับบริษัท แซส

            บริษัท แซส เป็นผู้นำในตลาดซอฟต์แวร์และบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ (Business Analytics) ด้วยโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมที่ให้ลูกค้าในรูปของIntegrated Framework ทำให้บริษัท แซส สามารถช่วยลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าผ่านการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีและรวดเร็วขึ้น สำหรับจำนวนลูกค้าที่ได้นำโซลูชั่นของแซสไปใช้แล้วนั้นมีมากกว่า 50,000 แห่งทั่วโลก และนับตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา แซสเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นในการเป็น "พลังแห่งการรอบรู้" (The Power to Know®) สำหรับลูกค้าทั่วโลก