NEWS /

แซส ขยายขีดความสามารถในการตรวจจับการทุจริตเพื่อป้องกันการสูญเสียรายได้

การวิเคราะห์ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการต่อต้านการทุจริตสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ ในการยุติการสูญเสียเงินมูลค่านับพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

             

            กรุงเทพฯ ( 8 มกราคม 2556)  ปัจจุบันแวดวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานต่างๆ กำลังพยายามอย่างหนักในการต่อต้านกับปัญหาการฟอกเงิน วงจรการทุจริตที่มีการจัดระเบียบมาเป็นอย่างดี การโกงเงินและการชำระเงินค่าสินไหมทดแทน รวมถึงการหลอกลวงหรือการชำระเงินอย่างไม่ถูกต้องอันเกี่ยวเนื่องกับสวัสดิการสังคม การจ้างงาน และโครงการด้านภาษีต่างๆ เพื่อช่วยลูกค้าเอาชนะปัญหาดังกล่าว บริษัท แซส ผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจจึงได้ขยายแนวทาง  Security Intelligence ของตน ตลอดจนสร้างฝ่ายวิจัยและพัฒนาใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่แนวทางแก้ไขปัญหาและขีดความสามารถในด้านการจัดการกับการทุจริต รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างมีประสิทธิผล

            บริษัท แซส เป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์การรักษาความปลอดภัยและการต่อต้านการทุจริต โดยจะเห็นได้จากรางวัลหลากหลายที่ได้รับและการยอมรับจากบรรดานักวิเคราะห์ต่างๆ นอกจากนี้ ในปี 2555 อัตราการขยายตัวของลูกค้าที่เลือกใช้ SAS® เพื่อช่วยในด้านการรักษาความปลอดภัย การต่อต้านการทุจริต และการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบยังเพิ่มขึ้นถึง 22%  ในปี 2555 ทีมงานด้านการรักษาความปลอดภัย การทุจริต และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ มีอัตราการเติบโตที่ระดับ 165% อันเป็นผลมาจากการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยตรง

            "ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการทุจริตกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น เนื่องจากมีการคุกคามองค์กรผ่านทางช่องโหว่ที่มีอยู่ด้วยกันหลายจุด" อวิวาห์ ไลตัน รองประธานและนักวิเคราะห์ที่มีชื่อเสียงจากบริษัท การ์ทเนอร์ กล่าวว่า "ขณะนี้บริษัทต่างๆ กำลังดำเนินการประเมินวิธีจัดการด้านความปลอดภัยใหม่ เนื่องจากแนวทางที่มีอยู่เดิมมีลักษณะแยกส่วนซึ่งส่งผลให้องค์กรต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกโจมตีมากยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางที่สัมฤทธิผลมากขึ้นในด้านการรักษาความปลอดภัยก็คือการที่องค์กรสามารถแน่ใจได้ว่าทุกระดับชั้นของการป้องกันสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี"

            นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “บริษัท แซส มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับตลาดการป้องกันการทุจริตทางการเงินเพิ่มมากขึ้น โดยได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนาด้านโซลูชั่นการป้องกันการทุจริตและการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรในการตรวจจับการทุจริตจากหลายช่องทางและการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ  นอกจากนี้บริษัท แซส ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วของผลิตภัณฑ์ด้วย SAS In-Memory ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายและสตรีมมิ่ง ตลอดจนพัฒนาโซลูชั่นใหม่ให้เป็นโซลูชั่นชั้นนำในด้านการรักษาความปลอดภัย การป้องกันการทุจริต และการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบมากขึ้น รวมทั้งทีมงานของแซสยังมีแผนที่จะเพิ่มขีดความสามารถดังกล่าวให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ธุรกิจสาธารณูปโภคและโทรคมนาคมในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย ป้องกันการทุจริต และส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบอีกด้วย

            SAS High-Performance Anti-Money Laundering (พร้อมวางจำหน่ายในไตรมาสแรกของปี 2556) เป็นโซลูชั่นแรกด้านการรักษาความปลอดภัย การป้องกันการทุจริต และการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ช่วยปรับเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว โดยใช้ SAS Visual Analytics ซึ่งระยะเวลาที่ใช้สำหรับการสร้างสถานการณ์จำลอง (What-if) จะลดลงอย่างมากจากระดับชั่วโมงเป็นวินาที ด้วยเหตุนี้ ผู้ตรวจสอบจึงสามารถระบุและจัดการกับความเสี่ยงที่มีความร้ายแรงสูงสุดได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น"
ด้านบริการทางการเงิน

            ทั้งนี้ บริษัท ชาร์ติส รีเสิร์ช คาดการณ์ว่าในปี 2556 ฝ่ายไอทีจะใช้เงินมูลค่า 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจัดการกับอาชญากรรมทางการเงิน และจากการที่บรรดาธนาคารและบริษัทประกันภัยได้หันมาใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยเพิ่มมากขึ้นนั้น ทำให้บริษัท แซส เดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของตนสำหรับบริการทางการเงินเพื่อช่วยจัดการกับปัญหาด้านการทุจริตและอาชญากรรมทางการเงินโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับโซลูชั่นยอดนิยม เช่น SAS Anti-Money LaunderingSAS Enterprise Case Management และ SAS Fraud Framework for Insurance ในปีนี้ด้วย พร้อมทั้งยังได้เปิดตัว SAS Financial Crimes Suite ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ผสานรวมเทคโนโลยีพื้นฐานที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของบริษัท แซส สำหรับช่วยในการตรวจหา ป้องกัน และจัดการการทุจริตและการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการต่อต้านการฟอกเงินและการต่อต้านการให้เงินอุดหนุนต่อการก่อการร้าย

            สำหรับยอดขายโซลูชั่นการจัดการปัญหาด้านการทุจริตในภาคธนาคารของตลาดสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น 20% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านโซลูชั่นการจัดการปัญหาการทุจริตภายในองค์กรที่มุ่งหวังจะช่วยปกป้องธนาคารและลูกค้าของธนาคารให้ปลอดภัยในการดำเนินทรานแซคชันทุกประเภทและทุกช่องทาง

            SAS Fraud Framework for Insurance ได้รับรางวัล SMA Innovation in Action ในเดือนกันยายนจากบริษัท สตราทีจี มีทส์ แอคชัน (SMA) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัยชั้นนำ โดยรางวัลนี้จะเน้นไปที่เทคโนโลยีใหม่ที่สามารถช่วยปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติด้านการประกันภัยให้ทันสมัย มีความเหมาะสม และมีลักษณะเชิงนวัตกรรม จะเห็นได้ว่า SAS Fraud Framework for Insurance สามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตรวจสอบและเพิ่มระดับความถูกต้องแม่นยำสำหรับผู้ตรวจสอบของบริษัทประภัยชั้นนำ เช่น CNA ได้อย่างเห็นผล

ด้านหน่วยงานภาครัฐ

            หน่วยงานภาครัฐระดับท้องถิ่นและภูมิภาคยอมรับว่าการทุจริตและการชำระเงินอย่างไม่ถูกต้องมีผลอย่างมากกับรายได้ของรัฐ โดยเคาน์ตีลอสแอนเจลิสตรวจพบว่ามีคดีของการทุจริตมากกว่า 200 คดีและยังมีการวางแผนอย่างต่อเนื่องที่จะฉ้อโกงโครงการสวัสดิการเพื่อการดูแลเด็กของ California Work Opportunity and Responsibility to Kids (CalWORKs) ซึ่งในขณะนี้เคาน์ตีลอสแอนเจลิสกำลังขยายแนวป้องกันการทุจริตให้ครอบคลุมโครงการบริการสนับสนุนภายในที่พักอาศัย (In-Home Supportive Services Program) ด้วย และจากการทำงานร่วมกับเคาน์ตีลอสแอนเจลิส ทำให้บริษัท แซส ได้รับรางวัล Best Fit Integrator Award จาก Center for Digital Government

            Casey Family Programs ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของแผนกบริการสังคมและสำนักงานบริการครบวงจร (Office of Comprehensive Services) ของเวอร์จิเนีย ได้รับสิทธิ์ใช้งาน SAS Fraud Framework for Government ซึ่งรวมถึง SAS Social Network Analysis (SNA) เพื่อช่วยบรรเทาความเสี่ยง ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และดำเนินการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของบริการที่จัดเตรียมไว้สำหรับเยาวชนกลุ่มเสี่ยงครอบคลุมทั้งมลรัฐ โดย Casey Family Programs เป็นโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการดูแลและการปรับปรุงระบบสวัสดิการสำหรับเด็ก

            สำนักวางแผนนโยบายและยุทธศาสตร์ของนายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์กได้รับสิทธิ์ใช้งาน SAS Fraud Framework และ SAS SNA อีกทั้งกำลังใช้โซลูชั่นของแซสเพื่อเปิดโปงการดัดแปลงอาคารสิ่งปลูกสร้างและอพาร์ทเมนท์เพื่อเพิ่มจำนวนห้องอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของชุมชน นอกจากนี้ บริษัท แซส กำลังผสานรวมข้อมูลของระบบโทรศัพท์ 3-1-1 เข้ากับข้อมูลการดัดแปลงที่อาจไม่ถูกต้องเพื่อช่วยแผนกอาคารสิ่งปลูกสร้างในการจัดลำดับความสำคัญของการตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ เมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ จำนวนมากใช้ระบบ 3-1-1 สำหรับการให้บริการติดต่อกรณีที่ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน

            ในฝั่งของภาครัฐ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับสิทธิ์ใช้งานเทคโนโลยีป้องกันการทุจริตของแซสเพื่อตรวจหาการคุกคามจากภายใน โดยบริษัท แซส และบริษัท แคปเจมินิ กำลังร่วมมือกันจัดเตรียมระบบป้องกันการชำระเงินที่ไม่ถูกต้องและการฉ้อโกงรายได้ของรัฐให้กับหน่วยงานภาครัฐในยุโรป อินเดีย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งสองบริษัทยังได้จัดเตรียมการวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์เพื่อจัดการกับปัญหาการทุจริตและการจัดการหนี้สินให้กับ HM Revenue & Customs สำนักงานด้านภาษีในสหราชอาณาจักรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ บริษัท แคปเจมินิ ยังจะปรับใช้ SAS Business Intelligence และ SAS Analytics ในแผนกภาษีขายแห่งมหาราษฎระ (Maharashtra Sales Tax Department: MSTD) ในอินเดียอีกด้วย

ด้านการดูแลสุขภาพ

            กองทุนหลักประกันประกันสุขภาพต้องสูญเสียเงินมากกว่า 260 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีให้กับการทุจริต การสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และการใช้ในทางที่ผิด จะเห็นได้ว่าอาชญากรและวงจรของการก่ออาชญากรรมได้เจริญรุดหน้าไปอย่างมาก ทำให้การวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพของ SAS Fraud Framework for Health Care ถือเป็นสิ่งจำเป็น โดย Horizon Blue Cross Blue Shield แห่งนิวเจอร์ซีย์ และ Blue Cross and Blue Shield แห่งโรดไอแลนด์ได้ใช้โซลูชั่นแซสเพื่อระบุและจัดการกับการทุจริตที่เกิดขึ้นได้อย่างเห็นผล อีกทั้งลูกค้าในแผนประกันสุขภาพยังสามารถปรับแต่งโมเดลข้อมูลของแซสให้เชื่อมต่อกับจุดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มองว่าการระบุการทุจริตได้ก่อนถือเป็นสิ่งจำเป็นในระบบการวางแผนสุขภาพที่มีผลประโยชน์ในระดับสูง

            "การวิเคราะห์เครือข่ายขั้นสูงของแซสช่วยให้เราสามารถระบุวงจรอาชญากรรมได้ด้วยวิธีการที่ไม่เหมือนใคร" จูลี มาลิดา หัวหน้าฝ่ายการป้องกันการทุจริตสำหรับธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ บริษัท แซส กล่าวว่า "SAS Fraud Framework for Health Care ใช้การวิเคราะห์ข้อความเพื่อนำเอาเวชระเบียน ข้อความที่เป็นการเรียกร้องในรูปแบบอิสระ บันทึกของศูนย์บริการทางโทรศัพท์ และบันทึกการให้บริการลูกค้าเข้าสู่การวิเคราะห์ และเนื่องจากข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพที่มีค่ายิ่งมักจะอยู่ในรูปแบบข้อความที่ไม่มีระเบียบ ดังนั้น บริษัท แซส จึงสามารถช่วยวางแผนได้เป็นอย่างดีโดยที่ซอฟต์แวร์อื่นๆ ไม่สามารถทำได้"

            ทั้งนี้ SAS Fraud Framework for Health Care ใช้กฎโมเดลการตรวจจับสิ่งผิดปกติ โมเดลการทำนาย การทำเหมืองข้อมูล และการวิเคราะห์เครือข่ายเพื่อระบุรูปแบบการทุจริตได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนลงลึกในรายละเอียดและแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำการทุจริตต่างๆ ได้อย่างชัดเจน

เกี่ยวกับบริษัท แซส

            บริษัท แซส เป็นผู้นำในตลาดซอฟต์แวร์และบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ (Business Analytics) ด้วยโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมที่ให้ลูกค้าในรูปของ Integrated Framework ทำให้บริษัท แซส สามารถช่วยลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าผ่านการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีและรวดเร็วขึ้น สำหรับจำนวนลูกค้าที่ได้นำโซลูชั่นของแซสไปใช้แล้วนั้นมีมากกว่า 60,000 แห่งทั่วโลก และนับตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา แซสเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นในการเป็น "พลังแห่งการรอบรู้" (The Power to Know®) สำหรับลูกค้าทั่วโลก