NEWS /

แซส ทำรายได้ทั่วโลกมากเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 12% หรือ 2.725 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

รายได้ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากนี้เป็นผลมาจากความต้องการอย่างสูงด้านการวิเคราะห์ทางธุรกิจเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data

 

         

             กรุงเทพฯ, (4 พฤษภาคม 2555)  – บริษัท แซส ผู้นำในตลาดซอฟต์แวร์และบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจทำรายได้ทั่วโลกในปี 2554 มากเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ  2.725 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  โดยแซส สามารถขยายตัวด้วยตัวเลขสองหลัก ซึ่งนับเป็นปีที่ 36 ที่บริษัทสามารถทำกำไรได้จากการดำเนินงานในขณะที่องค์กรต่างๆ พยายามเสาะหาโอกาสทางธุรกิจจากพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของตนที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านทางการวิเคราะห์ขั้นสูง สำหรับประเทศไทยไตรมาสแรกเติบโตกว่า 56%  พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ SAS High-Performance Analytics กวาดตลาดเพิ่ม เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในระดับนาที

            "บริษัทจำนวนมากวางใจให้ SAS® Business Analytics ช่วยแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากที่สุดของตน ตั้งแต่การเพิ่มรายได้ผ่านกลยุทธ์การกำหนดราคาที่ดีกว่าเดิมไปจนถึงการหยุดความสูญเสียที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต" ดร. จิม กูดไนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) บริษัท แซส กล่าวว่า "อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทุกรายล้วนแต่มีเรื่องเล่าถึงความสำเร็จที่มาจากแซส ที่น่าจดจำ เราเอาชนะความท้าทายต่างๆ ที่ลูกค้าต้องเผชิญ และนี่คือสาเหตุที่ทำให้อยู่ได้ ด้วยบทบาทที่ทำให้ลูกค้าประสบความสำเร็จ"

            ดร.กูดไนท์ กล่าวว่าผลประกอบการในปี 2554 ถือเป็นการยืนยันผลกระทบเชิงบวกจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กรของแซสที่ได้รับรางวัลมาแล้วแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันจะยังคงประสบปัญหายุ่งยากอยู่ก็ตาม โดยบริษัท แซส ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์จูนมาโดยตลอดว่าเป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา และล่าสุดก็ได้รับอันดับที่ 3 จากการจัดอันดับดังกล่าวอีกด้วย ดร. กูดไนท์ย้ำว่า นวัตกรรมจะต้องเริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นอันดับแรก

            "นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ช่วยให้บริษัท แซส สามารถขยายตัวได้เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานมากว่า 36 ปีแล้ว"     ดร.กูดไนท์ กล่าว และว่า "เราไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากปราศจากนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ ความคิด และบริการใหม่ๆ โดยพนักงานที่มีความภักดีต่อองค์กร มีความคิดสร้างสรรค์ มีสุขภาพที่ดี ล้วนเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมโดยตรง"

            ในปี 2554 บริษัท แซส ได้เพิ่มจำนวนพนักงานที่ระดับ 9.2% และได้นำเงินรายได้คิดเป็นสัดส่วน 24%      ไปลงทุนเพิ่มอีกในด้านการวิจัยและพัฒนา สำหรับรายได้ที่บริษัทได้รับนั้น มาจากฝั่งอเมริกา 46% ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) 42% และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 12% โดยจะเห็นได้ว่าการขยายตัวของแซสครอบคลุมในภูมิภาคและประเทศที่สำคัญๆ ทั้งหมด แม้แต่ในภูมิภาคที่กำลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างหนัก

แซสทำรายได้เป็นประวัติการณ์ครอบคลุมในทุกส่วน

            รายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัท แซส ครอบคลุมในทุกโซลูชั่นและทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยรายได้จากซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการตรวจหาการทุจริตเพิ่มจำนวนเป็นเลขสามหลัก รายได้จากโซลูชั่นออนดีมานด์เพิ่มขึ้นเกือบ 50%  การขยายตัวของโซลูชั่นการวิเคราะห์และการจัดการสารสนเทศเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลัก รวมทั้งโซลูชั่นการวิเคราะห์ลูกค้าอัจฉริยะ การวิเคราะห์การค้าปลีก การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการวิเคราะห์ซัพพลายเชนต่างก็สร้างผลกำไรให้กับบริษัทด้วยเช่นกัน

            บริษัท แซส ขยายตัวในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจจำนวนมากให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าบริษัทขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในตลาดด้านบริการทางการเงิน ตลอดจนมีการขยายตัวเพิ่มเป็นตัวเลขสองหลักในแวดวงราชการ การดูแลสุขภาพ และวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต

SAS® ANALYTICS สร้างผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม 

            วงจรความเชื่อมั่นระหว่าง แซส  พนักงาน และลูกค้าของบริษัทฯ ได้นำไปสู่ความสำเร็จอย่างมากมาย ดังตัวอย่างต่อไปนี้:

  • เบอร์ลิงสเก้ มีเดีย สำนักข่าวรายใหญ่ที่สุดในเดนมาร์กได้ใช้การพยากรณ์ความต้องการเพื่อลดปริมาณการนำส่งได้ถึง 12% โดยที่ไม่กระทบต่อยอดขาย
  • ชาร์ทิส กำหนดเป้าหมายในธุรกิจใหม่ที่มีความเสี่ยงต่ำมูลค่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสามารถขยายกลุ่มงานสำหรับผู้รับประกันได้ถึง  100% ตลอดจนหลีกเสี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้มากถึง 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • อินวาแคร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรมสำหรับครัวเรือนและการดูแลสุขภาพระยะยาว สามารถคืนทุนจากการลงทุนในโซลูชั่นของแซสได้ภายในเก้าเดือน
  • Macys.com ลดจำนวนการสมัครสมาชิกลวงทางอีเมลได้ประมาณ 20% และปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของนักวิเคราะห์ ตลอดจนช่วยประหยัดเงินให้กับแผนกอีคอมเมิร์ซของผู้ค้าปลีกรายใหญ่รายนี้ได้ถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี
  • ลอยัลตี นิวซีแลนด์ สร้างโมเดลพฤติกรรมผู้ซื้อได้สำเร็จภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที อีกทั้งยังสามารถพัฒนาและเริ่มใช้แคมเปญได้ภายในหนึ่งวัน เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ต้องใช้เวลานานถึง 20 วัน
  • ทวิดดี แอนด์ คอมปานี ลดข้อผิดพลาดของการออกใบแจ้งหนี้ได้ประมาณ 15% และสามารถทำการตัดสินใจได้ดีขึ้นเกี่ยวกับการว่าจ้างผู้ที่จะเข้ามาบำรุงรักษาที่พักในช่วงวันหยุดจำนวน 900 แห่งที่บริษัทบริหารอยู่ในแถบเอาต์เตอร์แบงก์ของนอร์ธแคโรไลนา
  • มหาวิทยาลัยเซ็นทรัลฟลอริด้า ได้รับข้อมูลงบประมาณและรายงานอื่นๆ ในแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยของรัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถทำการตัดสินใจที่สำคัญๆ เกี่ยวกับนักศึกษา โครงการ ทรัพยากร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้

การเข้าซื้อกิจการช่วยเพิ่มความสามารถด้านการจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนในระบบลูกค้าอัจฉริยะ

            การที่บริษัท แซส ได้เข้าซื้อกิจการและเทคโนโลยีที่สำคัญๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโซลูชั่นของแซส อย่างมาก โดยในปี 2554 บริษัท แซส ได้เข้าซื้อกิจการสองแห่งและได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทแซสเรียบร้อยแล้ว ได้แก่

  • แอสเซ็ทลิงก์ ในเมืองพลีแซนตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับเทคโนโลยีด้านการจัดการการดำเนินงานทางการตลาด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นนำในตลาด
  • เบสไลน์ คอนซัลติ้ง ในเมืองเชอร์แมน โอ๊คส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ด้านการจัดการข้อมูล

 

ความร่วมมือระหว่างกันนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม

            ในปี 2554 บริษัท แซส ได้นำ In-Memory สู่ตลาดที่นำเสนอการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับตลาดระดับบนเพื่อสร้างมุมมองการวิเคราะห์ที่มุ่งเน้นเรื่องเวลาเป็นหลัก โดย SAS High-Performance Analytics (พร้อมใช้งานร่วมกับคลังข้อมูลจากบริษัท เทราดาต้า และกรีนพลัมของ บริษัท อีเอ็มซี ซึ่งเป็นคู่ค้าของแซส) ได้ผสานรวมความสามารถของแซสในด้านการวิเคราะห์เข้ากับความเข้าใจเชิงลึกของคู่ค้าในลักษณะของการประมวลผลแบบขนาน ซึ่งนำไปสู่เครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ In-Memory ที่ได้รับการปรับให้เกิดความเหมาะสมสูงสุดเพื่อช่วยในการจัดการปัญหาที่ซับซ้อนทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

            นอกจากความร่วมมือด้านเทคโนโลยีแล้ว บริษัท แซส และคู่ค้าของบริษัทยังได้ตอบสนองความต้องการด้านเทคโนโลยีของลูกค้าและช่วยผลักดันให้ลูกค้าสามารถนำการวิเคราะห์ไปใช้ได้อย่างแท้จริง โดยการเข้าร่วมในโครงการวิจัยซึ่งได้แก่ SAS/Teradata Product Advisory Council และ International Institute for Analytics ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นโอกาสต่างๆ ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การจัดตั้ง Accenture SAS Analytics Group ยังช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆ ได้รับมุมมองที่สามารถนำไปใช้ได้จริงจากข้อมูลที่ตนมีอยู่ อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่ดีขึ้นและได้รับผลตอบแทนทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้นด้วย

            สำหรับลูกค้าที่ทำงานร่วมกับบริษัท แซส และคู่ค้าของบริษัท แซส ได้แก่ ธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย และธนาคารคอมมอนเวลธ์แห่งออสเตรเลีย (ออสเตรเลีย) บริษัท จีเนราลี อินชัวรันช์ (อิตาลี) ธนาคารโออิตะ (ญี่ปุ่น)   ฮานา ไฟแนนเชียล กรุ๊ป, ซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ (เกาหลี)  ธนาคารแห่งชาติอาบูดาบี และเอ็มทีเอส (รัสเซีย)

แซส ไทยแลนด์ เติบโตกว่า 56% ในไตรมาสแรกของปี 55

            สำหรับประเทศไทย นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของแซส ในประเทศไทยประจำไตรมาสแรกของปี 2555 มีอัตราการเติบโตถึง 56% ซึ่งเป็นผลมาจากองค์กรธุรกิจต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับธุรกิจมากยิ่งขึ้น และทีมงานของแซส ในประเทศไทยช่วยให้ลูกค้าได้เห็นถึงมูลค่าและประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น การลดค่าใช่จ่ายและความเสี่ยง และการดำเนินงานตามกฎข้อบังคับต่างๆ

           ทั้งนี้มีการคาดการณ์กันว่า ข้อมูลสารสนเทศทั่วโลกจะเพิ่มเป็นสองเท่าในทุกสองปี โดยจะเห็นได้ว่าจำนวนข้อมูลที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วมีจำนวนมากกว่า 1.8 ล้านล้านกิกะไบต์ นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ด้วยว่าในปี 2563 ข้อมูลจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 50 เท่า "การค้นหามูลค่าทางธุรกิจจากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้"  นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า "ข้อมูลขนาดใหญ่เป็นขุมทรัพย์ที่น่าสนใจหากคุณสามารถทำความเข้าใจในข้อมูลที่มีอยู่นั้นได้ทั้งหมด และเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยคุณได้ก็การวิเคราะห์  โดยการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จะนำไปสู่มูลค่าและสร้างมุมมองในการดำเนินงานให้เห็นได้อย่างชัดเจน"

            ในปี 2555 บริษัท แซส ยังคงเดินหน้าสร้างนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แนบแน่นกว่าเดิม ตลอดจนต่อสู้กับการทุจริตและปัญหาต่างๆ อีกมากมาย  โดยบริษัท แซส มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้

            ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ SAS High-Performance Analytics เพื่อนำเสนอมูลค่าที่มากขึ้นผ่านโซลูชั่นการวิเคราะห์สำหรับธุรกิจแนวราบและอุตสาหกรรมเฉพาะ ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการดำเนินงานที่ซับซ้อนจากระดับวันเหลือเป็นระดับชั่วโมงและจากระดับชั่วโมงเหลือเพียงระดับนาที

            พัฒนาโซลูชั่น SAS Customer Intelligence ด้วย SAS Social Media Analytics และ SAS Marketing Automation เวอร์ชันใหม่

            ช่วยบริการทางการเงินและธุรกิจอื่นๆ ให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินงานและความน่าเชื่อถือได้ดียิ่งขึ้น

            เพิ่มซอฟต์แวร์ป้องกันการทุจริตเพื่อช่วยองค์กรต่างๆ ในด้านการธนาคาร ราชการ การดูแลสุขภาพ และประกันภัยให้สามารถต่อสู้กับอาชญากรรมทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น

            เดินหน้าลงทุนใน SAS Analytics อย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการด้านการวิเคราะห์เชิงพยากรณ์และการวิเคราะห์ข้อความได้อย่างครอบคลุม ตลอดจนคาดการณ์และดำเนินการวิจัยในด้านต่างๆ  และจากการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนี้เองที่จะช่วยให้บริษัท แซส สามารถปรับปรุงลักษณะการใช้งานข้อมูลจำนวนมหาศาลทั้งแบบที่มีการจัดระเบียบและไม่มีการจัดระเบียบขององค์กรต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้เร็วขึ้นด้วย

กลุ่มเป้าหมายหลักของแซสในประเทศไทย เป็นกลุ่มการเงินและธนาคาร โทรคมนาคม และภาครัฐ นอกจากนั้นแล้วยังเป็นด้านการศึกษา ค้าปลีก ประกันภัย การผลิต การจัดจำหน่ายและองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

พร้อมกันนั้น มีแผนที่จะเพิ่มเครือข่ายคู่ค้าและทำงานร่วมกับพวกเขาให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น นอกจากนี้     อีกทั้งยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในการสร้างภาพลักษณ์และตราสินค้า (แบรนด์) ของแซสให้กลายเป็นชื่อสามัญประจำองค์กร โดยมีทีมสนับสนุนภายในประเทศและเครือข่ายทั่วโลกที่เป็นมืออาชีพด้านการสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อให้แน่ใจได้ว่า การปรับใช้เทคโนโลยีของแซสจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ขัดขวางกระบวนงานต่างๆ ที่กำลังดำเนินอยู่

 

เกี่ยวกับบริษัท แซส

            บริษัท แซส เป็นผู้นำในตลาดซอฟต์แวร์และบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ (Business Analytics) ด้วยโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมที่ให้ลูกค้าในรูปของ Integrated Framework ทำให้บริษัท แซส สามารถช่วยลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าผ่านการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีและรวดเร็วขึ้น สำหรับจำนวนลูกค้าที่ได้นำโซลูชั่นของแซสไปใช้แล้วนั้นมีมากกว่า 50,000 แห่งทั่วโลก และนับตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา แซสยังคงเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นในการเป็น "พลังแห่งการรอบรู้" (The Power to Know®) สำหรับลูกค้าทั่วโลก