SAS® สามารถช่วยภาครัฐจัดการกับการทุจริตได้ในทุกระดับ
SAS® Fraud Framework for Government ช่วยระบุและคาดการณ์การใช้เงินในทางที่ไม่ถูกต้อง
การทุจริต การใช้งบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ และการใชังบประมาณในทางที่ผิด ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลกับงบประมาณของรัฐบาล โดยสำนักงานบริหารจัดการและงบประมาณสหรัฐฯ ระบุว่า เฉพาะปีงบประมาณ 2552 มูลค่าของเงินที่สูญเสียไปกับการใช้จ่ายเงินที่ไม่เหมาะสมมีจำนวนเกือบแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นมูลค่าทั่วทั้งประเทศและทุกประเภท และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลกลาง รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นในสหรัฐฯ กำลังปรับใช้ซอฟต์แวร์ของแซส เพื่อช่วยในการระบุ สืบสวน ติดตามตรวจสอบ และคาดการณ์พฤติกรรมที่ทุจริต
ในปัจจุบัน SAS Fraud Framework for Government ช่วยให้รัฐบาลต่างๆ มีเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ในการจัดการกับการทุจริตในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหา รูปแบบการคิดอุบายในโครงการที่มีความชอบธรรม เช่น โครงการประกันสุขภาพของรัฐบาลอย่าง Medicare และ Medicaid ไปจนถึงการทุจริตด้านบัตรแทนเงินสด เส้นสายโยงใยในการประมูลงานต่างๆ และการเงินของบรรดาผู้ก่อการร้าย โดยซอฟต์แวร์แซส จะทำการตรวจหาและจัดลำดับกิจกรรมที่น่าสงสัย จากนั้นก็จะแจ้งเตือนผู้มีอำนาจในการตัดสินใจที่เหมาะสม
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานและอุตสาหกรรมของรัฐวอชิงตัน จะปรับใช้ SAS Fraud Framework for Government เพื่อระบุหานายจ้างที่หลบเลี่ยงการจ่ายภาษีค่าชดเชยสำหรับลูกจ้าง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามลรัฐวอชิงตันจำเป็นต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากการบาดเจ็บให้กับลูกจ้าง แม้ว่าธุรกิจ ซึ่งเป็นนายจ้างของลูกจ้างเหล่านั้นจะไม่ได้จ่ายเบี้ยประกันก็ตาม
"หากเราสามารถระบุตัวนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ การติดตามเบี้ยประกันในปีแรกนี้ก็คาดว่าจะช่วยให้เราประหยัดงบประมาณได้ถึง 6-8 ล้านดอลลาร์" นายดอริก โอลสัน หัวหน้าฝ่ายตรวจจับการทุจริต กระทรวงแรงงานและอุตสาหกรรมมลรัฐวอชิงตัน กล่าว ทั้งนี้แค่เรื่องนายจ้างโกงภาษีในรัฐเดียวเท่านั้น
นอกจากนี้ รายงานประจำเดือนมีนาคม 2553 ของ INPUT เรื่อง Federal Investment in Anti-Waste, Fraud, and Abuse (WFA) Solutions, 2010-2015 (การลงทุนของรัฐบาลกลางในโซลูชั่นป้องกันการใช้งบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ การทุจริต และการใช้งบประมาณในทางที่ผิด) ระหว่างปี 2553 - 2558 ได้แสดงให้เห็นถึงโครงการ Medicare และ Medicaid, บริการด้านสุขภาพและทรัพยากรมนุษย์, ภาษีและรายได้ ตลอดจนการทำสัญญาในส่วนต่างๆ ในรูปของข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งได้มาจากโซลูชั่นธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence) และการวิเคราะห์ที่บริษัทแซส จัดเตรียมไว้ให้
นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า "ระบบส่วนใหญ่ของรัฐบาลไม่สามารถระบุและหยุดการใช้งบประมาณอย่างเปล่าประโยชน์ การทุจริต หรือการใช้งบประมาณในทางที่ผิด ได้ก่อนที่จะมีการเบิกจ่ายเงินกองทุนหรือสวัสดิการต่างๆ"
ทั้งนี้ SAS Fraud Framework จะทำงานร่วมกับ SAS Analytics เพื่อเปิดเผยรูปแบบการทุจริตที่ไม่สามารถตรวจจับได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะช่วยในการระบุและทำนายความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ในอนาคต ตัวอย่างเช่น กระทรวงการบริการสังคม สามารถชี้จุดและสืบสวนการเรียกร้องค่าสินไหมที่อาจมีลักษณะฉ้อโกงได้ก่อนที่จะทำเรื่องเบิกจ่ายให้ได้
SAS Fraud Framework ยังได้ใช้ SAS Social Network Analysis ในการแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ระหว่างผู้มีส่วนร่วมและผู้เตรียมการที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทุจริต สิ่งนี้ช่วยให้การสืบสวน การตรวจจับ และการแสดงข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว โดย SAS Fraud Framework จะกำหนดระดับคะแนนและสร้างการแจ้งเตือนสำหรับการทำธุรกรรม ที่อาจมีลักษณะที่ทุจริตสูงสุด ซึ่งจะช่วยลดจำนวนของผลบวกลวง (false positives) และผลลบลวง (false negatives) ทำให้ประหยัดเวลาในการสืบสวนได้อย่างมาก
เป็นเวลากว่าสามทศวรรษมาแล้วที่บริษัท แซส ได้จัดหาโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมที่มีเป้าหมาย เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของรัฐบาลกลางสหรัฐ จะเห็นได้ว่ากระทรวงต่างๆ ทั้ง 15 แห่งของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลอีก 80 ประเทศทั่วโลก เลือกใช้ความสามารถในการวิเคราะห์และการคาดการณ์จากซอฟต์แวร์ของบริษัท แซส สำหรับบริหารจัดการแนวทางที่สำคัญต่างๆ เช่น ประสิทธิภาพการดำเนินงาน งบประมาณ โลจิสติกส์ การป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ การจัดการกับการฉ้อโกง และการประเมินภัยคุกคามต่างๆ
สำหรับการเปิดเผยข้อมูลข้างต้นนี้มีขึ้นในงานประชุมผู้บริหารภาครัฐของแซส ในกรุงวอชิงตัน ดีซี
เกี่ยวกับบริษัท แซส
บริษัท แซส เป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์และบริการการวิเคราะห์ธุรกิจ และเป็นผู้ค้าอิสระรายใหญ่ที่สุดในตลาดธุรกิจอัจฉริยะ (BI) ด้วยโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมที่ให้ลูกค้าในรูปของ Integrated Framework ทำให้บริษัท แซส สามารถช่วยลูกค้าที่นำโซลูชั่นของแซสไปใช้แล้ว ได้มากกว่า 45,000 แห่งทั่วโลกในการปรับปรุงประสิทธิภาพและส่งมอบมูลค่าผ่านการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีและรวดเร็วขึ้น นับตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา ด้วยความมุ่งมั่นในการเป็น พลังแห่งการรอบรู้ (The Power to Know®) ให้กับลูกค้าทั่วโลก

